ธรรมะกับบทเพลง

posted on 05 May 2009 20:06 by khontkao in Dhamma

                 

 

 

 วันนี้เปลี่ยนมาเขียนอะไรที่เบาๆ ดีกว่า  มีหลายต่อหลายคนคงเคยเขียนไว้บ้างแล้วล่ะ เกี่ยวกับบทเพลงที่เกี่ยวกับธรรมะ  แต่บางทีมันน่าอัศจรรย์กว่าตรงที่หลายต่อหลายเพลงสามารถถ่ายทอดถึงธรรมะซึ่งจริงๆ คนแต่งเพลงก็ได้เห็นสัจจะอันที่เป็นสิ่งที่ธรรมดาที่พระพุทธเจ้าทรงเห็น  ตรงที่ธรรมดาๆนี่แหละที่มนุษย์เราพลาดไปด้วยความโง่ หรือที่เรียกว่า อวิชชา  เพราะว่าไม่รู้จึงได้หลงและไม่เห็นสิ่งที่ธรรมดาๆ ที่สุดที่อยู่ตรงหน้าและอยู่กับกายกับใจเราตลอด 

 

มีอยู่วันนึง  เห็นโฆษณาของคาราบาวแดง แล้วก็มีเพลงทะเลใจประกอบ  ในหนังโฆษณานี้มีคนที่มีคำว่า ทุกข์ อยู่ตรงเสื้อ  บางคนก็มีคำว่า สุข   ตรงที่บอกว่า ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย ใจในร่างกายกลับไม่เจอ ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข เนี่ยมันคือธรรมะที่เข้ามาตอกย้ำอยู่โต้งๆ เลยว่า  ทุกข์จริงๆ แล้วคือการที่เราเอาใจไปหลงไปปรุง

เราลองมาค่อยๆ นึกถึงบทเพลง ค่อยๆ อ่านแล้วพิจารณาไปทีละตัวอักษร  คุณจะพบธรรมะที่มันอยู่หน้านี่เอง   

 ทะเลใจ 

เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน

เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ


ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข


คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

 

                  มีหลายต่อหลายเพลงที่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่แต่งเพลงไม่ใช่ชาวพุทธ  และเรายอมรับว่าเป็นเพลงที่ลึกซึ้งจริงๆ เช่นเพลง live&learn ของคุณบอย  นี่รู้สึกว่าคุณบอยจะเป็นคริสต์นะคะ  คงจะไม่วิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะว่าตัวเองก็ยังไม่ใช่คนที่รู้ซึ้งเรื่องธรรมะได้ดีพอที่จะวิจารณ์บทเพลงได้  แต่มันเข้าใจน่ะ

 

 Live & Learn


เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน
จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ
ความสุขความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล
จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

 

Let it be เพลงนี้ของ The Beatles  ฟังมาตั้งแต่เด็กแล้ว  ลองอ่านดูค่ะ 

วางลงซะบ้างเถอะ โลกนี้น่ะหนักจะตายแล้ว

When I find myself in times of trouble, mother Mary comes to me,
speaking words of wisdom, let it be.
And in my hour of darkness she is standing right in front of me,
speaking words of wisdom, let it be.

Let it be, let it be, let it be, let it be.
Whisper words of wisdom, let it be.

And when the broken hearted people living in the world agree,
there will be an answer, let it be.
For though they may be parted there is still a chance that they will see,
there will be an answer. let it be.

Let it be, let it be, .....

And when the night is cloudy, there is still a light, that shines on me,
shine until tomorrow, let it be.
I wake up to the sound of music, mother Mary comes to me,
speaking words of wisdom, let it be.

Let it be, let it be, .....

เพลงนี้ครูบาโต้งชอบพูดประโยคนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆค่ะ   Que Sera, Sera (Whatever Will Be, Will Be)


When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty
Will I be rich
Here's what she said to me

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

When I was just a child in school
I asked my teacher what should I try
Should I paint pictures
Should I sing songs
This was her wise reply

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

When I grew up and fell in love
I asked my sweetheart what lies ahead
Will there be rainbows day after day
Here's what my sweetheart said

Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera

What will be, will be
Que sera sera...

 

จริงๆ มีอีกหลายเพลงแต่วันนี้ยังคิดไม่ออก... ไว้คิดออกเมื่อไหร่ค่อยมาเขียนต่อแล้วกัน

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากมาย

#7 By gclub (203.155.120.172) on 2009-07-01 09:28

ภาพที่อยู่ข้างบนเป็นวันที่ทำบุญที่ตัวเมืองสุรินทร์เมื่อปี 50 ค่ะ มีดาราเหล่าดาวร้ายที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างคุณดามพ์ ดัสกร และผองเพื่อน ขอโทษจริงๆ ที่จำชื่อไม่ได้ แต่ว่าพวกเขานิสัยดีนะคะ วันนั้นไม่ได้รับค่าตัวที่มาร่วมงานแต่ได้จตุคามไปเต็มๆ 555

#6 By คนที่เก้า (115.67.109.100) on 2009-05-07 21:32

สุขทุกข์อยู่ที่ใจ

big smile big smile big smile

#5 By Nirvana on 2009-05-07 08:00



ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข


ลาภสัมปันโน

#4 By Nonsoul & Khont9 on 2009-05-06 20:07

big smile big smile big smile

#3 By สาวิกา (124.120.103.65) on 2009-05-06 18:23

big smile big smile big smile

#2 By kaew on 2009-05-06 12:31

ชอบทะเลใจมากมายครับ

ยินดีๆครับ

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่มีให้กันครับ

ทักทายๆ เยี่ยมเยียนกันได้เสมอๆ