ครอบครัวที่อบอุ่น

ความเป็นอยู่ที่ถ้ำพระเวส เรียกว่าเราอยู่กันอย่างครอบครัว (จริงๆ)  จากการที่ได้มาอยู่เลยได้พบความเป็นมาของวัดถ้ำพระเวสยุคเจเนอเรชั่น  คือพระอาจารย์แว่น  เดิมทีท่านได้ธุดงค์ผ่านมาเพื่อภาวนาที่นี่  กะว่าจะอยู่เพียงไม่กี่วัน  ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ชาวบ้านที่นีก็ช่างเป็นนักทดสอบพระกรรมฐานเสียจริง คือ ปล่อยให้พระท่านอยู่ (ตามยถากรรม) เป็นเวลาประมาณ 5 วัน คือพูดง่ายๆ ไม่สนใจหรอก พระธุดงค์น่ะเหรอ .. อันนี้ได้รับการเล่ามาจากคุณพ่ออีกต่อนึงด้วยว่า  เมื่อมีพระธุดงค์ผ่านมา ชาวบ้านจะคอยดูว่า จะไปรอดมั๊ย??   โห...เอางี้เลยเหรอเนี่ย..

เป็นที่ร่ำลือกันในหมู่พระกรรมฐานรุ่นเก่าๆ ว่า ที่ถ้ำพระเวสผีดุมาก  ถ้าได้อ่านประวัติการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ศรี มหาวีโร หรือหนังสือธุดงค์ของสามเณรบุนนาค จะเจอค่ะ  พระที่ไม่ปฏิบัติจะถูกเทวดาเจ้าที่เล่นงานให้อยู่ไม่ได้   พระอาจารย์แว่น ท่านก็คงจะเจอบททดสอบตรงนี้เหมือนกัน  แต่ท่านไม่เล่าให้ฟังหรอกค่ะ.. เจอก็บททดสอบของชาวบ้าน  ปรากฏว่า ท่านได้ใจชาวบ้านไปครอง...เลยได้รับนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาที่นี่มาเป็นเวลาสิบกว่าปี

นอกจากอาจารย์จะมาพำนักอยู่ที่นี่แล้ว  คุณแม่ซึ่งเป็นห่วงท่านมาก เลยตามมาคอยอุปฐาก  ปีนี้คุณยายชีก็มาจำพรรษาอยู่ด้วยค่ะ  บางครั้งคุณพ่อของพระอาจารย์ก็จะเดินทางมาจากบ้านขอนแก่น มาปฏิบัติอยู่ด้วยหลายวัน  มีญาติพี่น้องตามมาด้วยพร้อมอาหารสุดอร่อยเลยคือ ปลาร้า..!!! ปลาร้าศรีสงคราม อร่อยมากกกก...

ที่บอกว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นนี่ไม่ไกลเกินจริงเลยค่ะ  เท่าที่ได้รับฟัง  ครอบครัวนี้ถ้ายกให้เป็นที่หนึ่งของครอบครัวธรรมะก็ต้องยกนิ้วให้เลย  คุณพ่อก็ปฏิบัติ แม่ก็ปฏิบัติ  คุณปู่ คุณย่าล้วนละสังขารในผ้าเหลือง ผ้าขาว  อีกทั้งคุณตาของพระอาจารย์แว่น ก็คือหลวงปู่เหรียญ วรลาโภนี่เองค่ะ  แต่พระอาจารย์ท่านย้ำเสมอว่า ท่านไม่ขอใช้คำว่าเป็นลูกหลานของหลวงปู่ไปใช้  เพราะท่านอายค่ะ เพราะว่าท่านยังทำไม่ได้ดีเท่าหลวงปู่ จะไม่ขออวดอ้างว่าเป็นหลานให้ใครได้ทราบ  มีแต่พวกเรานี่ภูมิใจที่ท่านแม้จะอายุน้อยๆ แต่ท่านก็เป็นพระที่ดีคนนึง



เริ่มต้นเข้าพรรษา ด้วยโอวาทพระอริยะ

นับว่าปีนี้โชคดีมากๆ ค่ะที่เดินทางมาถ้ำพระเวส  พอทราบว่า วันขึ้น 15 ค่ำ คืออาสฬหบูชา มีการลงอุโบสถที่วัดดอยธรรมเจดีย์  เป็นประเพณีของวัดธรรมยุตที่กินเขตสามสี่อำเภอใกล้เคียงทั้งสกลนคร และนครพนม  จะได้รับฟังโอวาทของหลวงพ่อแบน ธนกาโรด้วย  โอ้โห ตื่นเต้นมากค่ะ  เคยไปที่วัดดอยฯ หนนึง.แต่ตอนนั้นหลวงปู่ลงกรุงเทพ

เราก็ลงจากวัดไปสองคันรถ รถคันแรกเป็นของพระ รถอีกคันมีเณรนั่งไปเป็นใบเบิกทางเข้าไปข้างใน 55  อากาศดีค่ะ หวั่นๆ ว่าฝนจะตกซะ แต่ก็แค่ครึ้มๆ ไม่มีแดด เมฆเต็มเลย
ไปถึงพระเยอะมาก โยมก็เยอะมาก  ได้ไปนั่งแอบๆ อยู่ใต้ก้อนหินใกล้ๆกับอุโบสถค่ะ  คุณแม่เล่าให้ฟังว่าปีที่แล้วหลวงปู่ท่านดุความไม่เรียบร้อยของพระและเณร ดุจนรู้สึกวว่าเกรงกลัวท่านมากๆ  ปีนี้หวังว่าคงไม่ได้ยินเสียงดุ   ส่วนคุณพ่อก็บอกว่า เป็นโชคดีของพระโดยเฉพาะพระนวกะที่ได้บวชเป็นปีแรก  การได้ไปลงอุโบสถและได้ฟังโอวาทของหลวงปู่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตนักบวชเลยค่ะ

พอถึงเวลาทุกสิ่งทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ  เริ่มทำวัตรเย็นและพระท่านก็สวดปาติโมกข์ พอจบแล้ว หลวงปู่ก็ให้โอวาท  โอย...ขึ้นต้นท่านก็ดุค่ะ  ว่ามีลุ่มเณรประพฤติไม่สำรวมเมื่อมาถึงที่นี่  แล้วจากนั้นท่านก็ให้นับจำนวนพระสงฆ์  มีทั้งหมดถ้าจำไม่ผิดก็ 597 รูปจากร้อยกว่าวัด เยอะเนอะ  หลวงปู่ให้โอวาทอยู่ไม่นานค่ะ  จำไม่ได้หรอกค่ะ แต่พอเลาๆ เรื่องของการปฏิบัติภาวนา  แค่ได้ยินท่านให้โอวาทก็ตื้นตันแล้ว พอทุกคนกล่าวคำขอขมาหลวงปู่ เลยพาลน้ำตาไหลพรากๆเลยค่ะ จบพิธีฝนก็ตกพอดี  เปียกกันกลับวัด

หลวงปู่ท่านยังแจกข้าวของเป็นทานให้แก่ทุกวัดที่มาลงอุโบสถด้วย  จะมีกระเป๋าผ้าของหลวงปู่ค่ะ สิ่งของที่จำเป็นเช่น ยากันยุง โฟมล้างมือ  ไม้ตาด ผลไม้ ไฟฉาย

 

Comment

Comment:

Tweet

เมื่อเดือนที่แล้วได้อ่านที่ลป.เหรียญเทศน์ แล้วมีคนมาโพสต์ใน website ชอบมากเลยค่ะ ไม่เคยอ่าน ไม่เคยฟังคำสอนของท่านมาก่อน อ่านแล้วเพลินดี big smile

ท่านพูดถึงการทำงานของธาตุทั้งสี่ อ่านแล้วเข้าใจง่าย แล้วก็มีเล่าเรื่องของกัณหา ที่ตั้งอธิษฐานผิดทาง ทำให้ไปอ้อมทางก่อนจะบรรลุธรรม ประมาณนั้นค่ะ

พอจ.แบน ท่านอยู่ที่สกลรึเปล่าคะ มีพี่คนหนึ่งชวนไปสกลค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ไปเมื่อไหร่
ดีจังเลยค่ะ อนุโมทนาบุญด้วยน่ะค่ะ
เดี๋ยววันหลังพาครอบครัวไปบ้างค่ะopen-mounthed smile sad smile

#1 By dowrun happy on 2009-08-17 21:25